ฮวงจุ้ยห้องรับแขก หลักการจัดวางห้องรับแขกให้ถูกต้องตามหลักการทางฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก
ฮวงจุ้ยห้องรับแขก

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก หลักการจัดวางห้องรับแขกให้ถูกต้องตามหลักการทางฮวงจุ้ย และเพื่อเสริมสร้างบารมี พร้อมทั้งนำความมั่งมีศรีสุขมาสู่เจ้าของบ้าน ห้องรับแขกจัดได้ว่าเป็นด่านแรกที่ทุกท่านใช้เป็นสถานที่ในการต้อนรับบุคคล ภายนอกที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนั้น เราจึงมักให้ความสำคัญในการตกแต่ง และประดับประดาสิ่งของให้ดูสวยงามตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน ซึ่งบางท่านอาจชอบ แบบหรูหรา บางท่านอาจชอบแบบขรึม ๆ บางท่านก็ชอบแบบคลาสิค หรือชอบแบบทันสมัยไฮเทค เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะจัดห้องรับแขกแบบใด ก็มักจะเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกและรสนิยมของเจ้าของบ้านทั้งสิ้น ดังนั้น ห้องรับแขกจึงควรเป็นห้องหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนได้ ออกแบบบ้าน

หลักการจัดห้องรับแขก

1. ห้องรับแขกควรอยู่ในตำแหน่งและทิศทางที่รุ่งเรือง ซึ่งจะต้องสมพงษ์กับพื้นดวงของเจ้าบ้าน (ท่านต้องขอให้ผู้รู้คำนวณทิศทางที่เป็นมงคลของท่าน ซึ่งจะมีหลักการคำนวณ โดยใช้ศาสตร์ของโป๊ยหยี่สี่เถียวหรือดวงจีน นั่นเอง สำหรับท่านที่ไม่ทราบอาจขอให้ทางคอลัมน์คำนวณให้ได้ เป็นรายบุคคลไป เนื่องจากหากจะนำมาอธิบายในที่นี้ คงต้องเล่ารายละเอียดกันยืดยาวพอสมควร)

2. สีสันที่ใช้ในการตกแต่งห้องรับแขก ควรเป็นสีที่นำความรุ่งเรืองและเป็นสิริมงคลรวมทั้งต้องถูกโฉลกต่อตัวท่านเช่นกัน (ก็คงต้องอาศัยการคำนวณเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับ ข้อ1)

3. ห้องรับแขกควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ

4. ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า เนื่องจากไม่สวยงามแล้วยังเป็นการสกัดกั้นการไหลเวียนของกระแสชี่ หรือกระแสของโชคลาภที่จะไหลเวียนเข้ามาภายในบ้านท่านด้วย

5. ภายในห้องรับแขกไม่ควรติดกระจกหรือวัสดุสะท้อนแสง เนื่องจากจะกลายเป็นสะท้อนแขกของท่านออกไป

6. บริเวณด้านหลังห้องรับแขกไม่ควรเป็นห้องนอน หรือบันไดวน

7. หลีกเลี่ยงการจัดวางห้องรับแขกอยู่บริเวณคานของตัวบ้าน หรือใต้ชั้นลอย เนื่องจากจะสร้างความรู้สึกอึดอัด และแขกจะรู้สึกถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลา

8. สำหรับท่านที่ชอบเลี้ยงปลาสวยงาม อาจตกแต่งห้องรับแขกด้วยตู้ปลา แต่ควรระมัดระวังเรื่องตำแหน่งของที่ตั้งตู้ปลาด้วย เนื่องจากในทางฮวงจุ้ย ตู้ปลาเปรียบเสมือน “น้ำ” และ “น้ำ” ในทางฮวงจุ้ยมีบทบาทสำคัญในการเก็บกักกระแสชี่ หรือกระแสมงคล ดังนั้นการวางตู้ปลาจึงควรอยู่ในตำแหน่งไชอุย หรือตำแหน่งโชคลาภ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่อยู่ตรงข้ามประตู หรือด้านที่ทะแยงกับมุมของประตู้ห้องรับแขกทั้ง 2 ด้าน ดังรูป

นอกจากนี้ตู้ปลาควรตั้งอยู่ในตำแหน่งรุ่งเรืองที่ถูกโฉลกกับพื้นดวงชะตาของเจ้าของบ้านอีกด้วยก็จะดีมาก (ต้องใช้ภาคการคำนวณเหมือนข้อ 1)

9. ตำแหน่ง “ไชอุย” หรือตำแหน่งรับโชคลาภของห้องรับแขกไม่ควรทำเป็นประตู เนื่องจากโชคลาภที่ไหลเวียนเข้ามาจะเก็บไว้ไม่อยู่ จะไหลออกไปหมด เปรียบเสมือนท่านทำงานหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ก็จะมีแต่ทางใช้จ่ายไปมาก ไม่สามารถเก็บสะสมออมทรัพย์ได้

10. หลอดไฟที่จะนำมาประดับเพดาน ควรเป็นรูปทรงกลม เปรียมเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ส่งสกาวสดใสระยิบระยับเต็มไปหมด ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าให้ท่านอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

11. หากท่านต้องการวางตู้โชว์ภายในห้องรับแขก ที่ควรจัดวางในต่ำแหน่งที่รุ่งเรืองและส่งเสริมพื้นดวงของเจ้าของบ้านด้วย เช่น ถ้าเจ้าของบ้านขาดธาตุน้ำก็ควรวางตำแหน่งตู้โชว์ทางทิศเหนือ ซึ่งหมายถึง ธาตุน้ำ เป็นต้น

12. ชุดรับแขกหรือโซฟา ก็ควรจัดให้เรียงรายอยู่ในบริเวณเดียวกับตู้โชว์ โดยอาศัย หลักการที่ว่าเจ้าของขาดธาตุใด หรือต้องการเสริมธาตุใดก็ควรวางโซฟาไว้ในทิศทางนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากการจัดวางตู้โชว์และโซฟา เปรียบเสมือนภูเขาที่รับลมจากน้ำ และเป็นพลังหยิน คือความนิ่งนั่นเอง จะบ่งบอกถึงความมั่นคงหนักแน่นที่จะช่วยเสริมบารมีให้แก่เจ้าของบ้านได้ ในขณะเดียวกัน ประตูเข้าห้องรับแขกก็เปรียมเสมือนพลังหยาง เป็นการรับลมจากฟ้า หรือรับกระแสชิ่ให้ไหลเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน

การจัดห้องรับแขกสำหรับบุคคลที่ต้องการธาตุน้ำมาเสริมในดวงชะตาก็ควรจัดให้อยู่ในมุมของทิศเหนือ หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหมายถึงธาตุน้ำและธาตุทองตามลำดับ

ในบ้านแต่ละหลัง ตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่เจ้าของบ้านไม่ควรละเลยในการจัดวางให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่เย็นเป็นสุข ประสบแต่โชคลาภ ซึ่งบุคคลทั่วไปมักให้ความสำคัญกับการจัดตำแหน่งห้องนอน ห้องพระ แต่มีอีกหลาย ๆ ท่านที่ละเลยการจัดวางตำแหน่งไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น หากท่านพอมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้บ้างพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหากท่านจัดห้องรับแขกได้ถูกหลักการตามที่กล่าวมาข้างต้นได้แล้ว ท่านก็จะมีที่อยู่อาศัยที่จะบันดาลความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและความอบอุ่นมาสู่ครอบครัวของท่านได้ชั่วนิรันดร์

 

ฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์แห่งความเชื่อในพลังของธรรมชาติ ความหมายของคำว่า ฮวง นั้น มีความหมายตรงตัวว่า ลม หมายถึงอากาศที่ล้อมรอบตัวเราอยู่ หรืออากาศที่เราหายใจ เป็นการเคลื่อนไหว เป็นตัวกลางของการดำรงชีวิต ส่วนคำว่า จุ้ย นั้น ในความหมายตรงตัวแปลว่า น้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่น มีชีวิตชีวา ความกระชุ่มกระชวย เหมือนเราเห็นหน้าใครสักคนที่ดูแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า แล้วเราก็พลอยแจ่มใสไปด้วย น้ำ เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตไม่ว่าในส่วนของร่างกายก็มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ แม้ในส่วนของการบริโภคเอง น้ำก็เป็นปัจจัยอันสำคัญอันจะขาดเสียมิได้ และแน่นอน ต้องเป็นน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนด้วย

น้ำ ในอีกสัญลักษณ์หนึ่งของคนจีนก็คือ เงิน หรือการนำมาซึ่งเงิน อันเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงอยู่ เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหาเพื่อการดำรงอยู่ ดังนั้น ถ้าหากน้ำในส่วนที่แวดล้อมของเราสกปรกเน่าเหม็น หรือขุ่นมัว เช่นน้ำในบ่อเลี้ยงปลา น้ำในสระหน้าบ้าน เป็นต้น นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การเงินของเราเริ่มติดขัดแล้ว เงินที่ได้มาจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกิดอุปสรรคขัดขวาง และในบางครั้งยังอาจได้มาด้วยความไม่โปร่งใสนัก อันจะเป็นตัวนำให้เกิดผลร้ายติดตามมา เช่น คดีความ การถูกฟ้องร้อง เป็นต้น สิ่งหนึ่งซึ่งเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็กๆก็คือ ลมและน้ำเคลื่อนไหวได้ก็เพราะแรงดึงดูดของโลก อันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ก็ควรอยู่ในขอบเขตอันจำกัดที่พอดี อะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ย่อมมีผลเสียติดตามมาอย่างแน่นอนค่ะ เพราะถ้าลมและน้ำมากเกินไปก็อาจจะนำความเสียหายมาสู่มวลมนุษย์ได้ เช่น อุทกภัย หรือวาตภัย อันเป็นภัยที่เกินความพอดีของธรรมชาติ และนอกเหนือกฏเกณฑ์ที่มนุษย์จะควบคุมได้

ในแง่ปรัชญาของศาสตร์ ฮวงจุ้ย ถือกำเนิดมาจากคัมภีร์ อี้จิง ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติเอาไว้ และถือว่าความสมดุลย์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีของสองสิ่งมาอยู่ร่วมกัน ในลักษณะตรงกันข้าม ชีวิตหรือโลกจึงจะดำรงอยู่ได้ และเมื่อมี สองสิ่ง มาอยู่ร่วมกันแล้ว ชีวิตจึงจะก่อเกิดได้ คัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากคำว่า อี้จิง โดยใช้สัญลักษณ์ของความสมดุล นั่นคือ ปลาดำและปลาขาว เป็นตัวแทน เช่น มีมืดก็ต้องมีสว่าง มีดำก็ต้องมีขาว มีชายก็ต้องมีหญิง มีพระอาทิตย์ก็ต้องมีพระจันทร์ มีร้อนก็ต้องมีเย็น เป็นการอาศัยสิ่งที่ตรงกันข้ามมาร่วมอยู่ด้วยกัน เพื่อรักษาสมดุลซึ่งกันและกันเอาไว้

โดยใช้สัญลักษณ์ที่เป็นเส้นทึบ ___ แทนเพศชายหรือหยาง ส่วนเส้นประ _ _ แทนหยิน เรียกว่า เอกลักษณ์ และเมื่อนำเส้นทั้งสองมารวมกันเรียกว่า ทวิลักษณ์ เมื่อรวมเส้นทั้งสามก็จะกลายเป็น ตรีลักษณ์ ดังที่เราเห็นในภาพของ ยันต์แปดทิศ นั่นเอง เมื่อวางสลับเส้นกันไปมา จะได้ถึง 64 เส้น ทั้งสามเส้นของแต่ละชุดจะมีคำทำนายของคัมภีร์ อี้จิง นี้ไว้ด้วย คล้ายๆการเสี่ยงเซียมซีทั่วๆไปแต่จำนวนมากกว่า

การนำสัญลักษณ์ของทิศทั้งแปดมาวางบนกระจก 8 เหลี่ยม โดยมีรูปปลาขาวและปลาดำอยู่ตรงกลาง ถือเป็นยันตร์อันศักดิ์สิทธิ์ ที่เมื่อนำไปติดแล้วเชื่อกันว่าจะสามารถคุ้มครองป้องกันอุบัติเหตุเภทภัยให้กับตนเองและครอบครัวได้ แต่การติดต้องทำพิธีให้ถูกต้องจึงจะศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรามักเห็นอยู่เสมอที่หน้าบ้านคนจีน ที่อยู่หัวมุมหรือตรงกับทางสามแพร่ง นัยว่าช่วยสลายพลังร้ายที่เชื่อกันว่ามีอยู่หรือแอบแฝงอยู่ ณ บริเวณนั้นให้หมดสิ้นไปได้

เรื่องของฮวงจุ้ยที่เรานำมาใช้กันในยุคปัจจุบันก็คือ การดึงเอาพลังที่ดีของธรรมชาติมาใช้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของลมกับน้ำที่เรากล่าวมาข้างต้นเท่านั้น เรายังนำมาใช้กับการเสาะแสวงชัยภูมิ หรือพื้นที่ที่จะเหมาะแก่การปลูกบ้านอยู่อาศัย อันเป็นปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างครอบครัว หรือแหล่งพักพิงที่สามารถให้ความอบอุ่นและร่มเย็นเป็นสุขให้กับทุกชีวิตที่อยู่ชายคาเดียวกันด้วย

ฮวงจุ้ยทำงานอย่างไร?

ความสับสนในเรื่องพลังธรรมชาติหรือพลังขี่ อยู่ที่พลังนี้จับต้องไม่ได้(โดยทั่วไป) ไม่มีที่มาที่ไป ไปสิ้นสุดตรงไหน ยังต้องเกี่ยวกับความลึกลับ ความมหัศจรรย์ เป็นคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่คนที่สนใจจริงมีมากและเขาเหล่านั้นก็รู้สึกได้ถึงพลังของธรรมชาติเหล่านี้ ถ้าต้องการรู้ ศึกษาได้ เหมือนกับว่าชีวิตคืออะไร? พลังธรรมชาตินี้มนุษย์สังเกตมานานนมแล้วตั้งแต่โบราณ รู้อยู่แล้วว่าจับต้องไม่ได้ ไม่มีรูปแบบ แต่เรารู้ว่ามี รู้สึกได้ แต่คนจำนวนมากรับไม่ได้เพราะ จับต้องไม่ได้ แต่พลังเหล่านี้ถ้าจัดอย่างถูกต้อง ให้ผลแน่นอน ทางวิทยาศาสตร์ก็พยายามพิสูตรว่าพลังเหล่านี้ทำงานอย่างไร ใช้เทคนิคชั้นสูง ถึงแยกอะตอม หา DNA แต่ก็ยังสรุปผลไม่ได้ แต่พลังมีแน่แต่ยังสรุปไม่ได้ ศาสนาหลายศาสนาและปรัชญาต่างๆต่างก็กล่าวถึงพลังธรรมชาติเหล่านี้ ว่ามีอำนาจอาจจะมา จากสวรรค์และโลก(จักรวาล) ฮวงจุ้ย คือการเอาพลังธรรมชาติมาจัดการจัดสรรค์ให้มีผลต่อคนเรา ตามภูมิปัญญาของชนชาติจีนโบราณ และพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้

หลายพันปีมาแล้ว ชนชาติจีนโบราณได้สังเกต บันทึก เกี่ยวกับดาวต่างๆ(โดยเฉพาะกลุ่มของดาวเหนือ)ว่ามีความสัมพันธ์กับโลกและฤดูกาลของโลกอย่างไร ประมาณ 5000 ปีมาแล้วที่มีบันทึกในเรื่องนี้และเป็นรากฐานของศาสตร์ ฮวงจุ้ย บันทึกเหล่าเอามาใช้กับคนเราให้ดำเนินชีวิตไปได้ด้วยดี(ในสมัยโบราณ เอาใช้ในเรื่องการเกษตรเป็นส่วนใหญ่) เมื่อเราจัดพลังขี่ให้กับคนหนึ่งทำให้บ้านที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานอยู่กระแสคลื่นที่ดี ทำให้มีความสมดุลกับ สิ่งแวดล้อมแล้ว เหตุการณ์ในชีวิตก็ควรจะดีขึ้น(ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย) ทั้งสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โอกาส ความรุ่งเรือง ฯลฯ ถ้าเราไม่จัดพลังขี่ที่ดีให้เข้าที่เข้าทาง อาจจะมีความร้ายๆต่างๆมาก็ได้ โดยเฉพาะสุขภาพ ซึ่งเป็นเหตุอันแรกแล้วเหตุอื่นๆก็จะตามมา

หลักการของฮวงจุ้ยก็คือความสมดุล ความกลมกลืนกับของสิ่งแวดล้อม บ้าน ที่ทำงาน สวนรอบบ้าน ฯลฯ ถ้าทุกอย่างสมดุลกลมกลืน ทุกอย่างก็ดี จะทำอะไรก็สำเร็จ

อีกอย่างหนึ่ง คือ การรู้จักสิ่งแวดล้อมของเรา ก็คือการรู้จักฮวงจุ้ยของเรา ทำให้ชีวิตคล้อยตามพลังธรรมชาติไม่ขัดกับธรรมชาติ เสริมพลังธรรมชาติ ถ้าพลังธรรมชาติให้ร้ายแก่เรา ฮวงจุ้ยมีเทคนิคที่จะแก้ทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา ไม่งมงาย แต่ต้องศึกษาสักหน่อย

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *