หนังสุดมันส์ทะลุจอ ลุ้นจนแทบนั่งไม่ติด หนังแอคชั่น เรื่องไหนน่าดู

หนังสุดมันส์ทะลุจอ
หนังสุดมันส์ทะลุจอ

หนังสุดมันส์ทะลุจอ ลุ้นจนแทบนั่งไม่ติด หนังแอคชั่น เรื่องไหนน่าดู ในยุคที่มีช่องทางรับชมหนังสบาย ๆ ได้ทุกที่เวลาโดยไม่ต้องออกไป การดูหนังก็ได้กลายมาเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ที่ผู้คนต่างนึกถึงเมื่อต้องการหาอะไรทำยามว่าง และในบางครั้งการได้ฟังเสียงระเบิด เสียงรัวปืนดังสนั่น หรือดูฉากต่อสู้สุดบ้าระห่ำ ก็ช่วยคลายเครียดได้ดี

Eternals เป็นเนื้อเรื่องของซูเปอร์ฮีโรที่เป็นสิ่งทรงภูมิปัญญาสูงสุดและมีพลังเปรียบดั่งเทพเจ้า นำแสดงโดย Angelina Jolie (Maleficent) นักแสดงสาวแถวหน้าของวงการรับบทเป็น ธีน่า Salma Hayek (Frida) รับบท เอแจ็ค Richard Madden (Game of Thrones) รับบท อิคารัส Kit Harington (Game of Thrones) รับบท เดน วิทแมน Kumail Nanjiani (The Big Sick) รับบท คิงโก และ Dong-seok Ma หรือมาดงซอก (Train to Busan) รับบท กิลกาเมซ Barry Keoghan (Dunkirk) รับบท ดรูอิก Gemma Chan รับบท เซอร์ซี เป็นต้น ถ้าดูจากชื่อก็คงจะพอเดากันได้บ้างว่า มีที่มาจากเทพเจ้าในตำนานของกรีก เรียกได้ว่า Eternals จะเป็นหนังรวมฮีโรด้วยพลังซุปตาร์จากทั่วโลก เพื่อให้กลายเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ต่อไปของ Marvel Studio อย่างแน่นอน ดูหนังพากไทย

 

Godzilla vs Kong หลังเจอโรคเลื่อนจากมีนาคมไปเป็นพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการได้รับผลกระทบโดยตรงจากความไม่ประสบความสำเร็จของ Godzilla: King of Monsters ที่ออกฉายในปี 2019 นี้ ค่าย Warner Bros แทบจะรื้อโครงเรื่องใหม่หมด จากเดิมที่ให้ Godzilla มาสู้กับ Kong ให้ทั้งสองสู้กันแค่ในช่วงแรกของเรื่อง แล้วออกไปสู้กับสัตว์ประหลาดตัวอื่นร่วมกัน หนังจะกำกับโดย Adam Wingard ที่อยู่เบื้องหลังหนังสยองขวัญที่ทำรายได้ดีมาแล้วหลายเรื่อง นอกจากนั้นยังมีทัพนักแสดงมากมายไล่ตั้งแต่ Millie Bobby Brown จาก Stranger Things Kyle Chandler และจางซิยี่ ที่เป็นตัวละครที่ต่อเนื่องมาจากใน King of Monsters พร้อมกับนักแสดงใหม่อย่าง Alexander Skarsgård จาก The Legend of Tarzan และ Rebecca Hall จาก Iron Man 3

 

Uncharted สร้างจากเกมแนวล่าสมบัติ ซึ่งมีตัวเอกคือ “เนธาน เดรค” ในฉบับหนังนั้น นำแสดงโดย Tom Holland บทหนังใช้แรงบันดาลใจจากเกมภาค 3 และ 4 ที่มีฉากฉบับวัยรุ่นของตัวละครอยู่ในนั้น และจะมีองค์ประกอบบางอย่างของเกมภาค 3 ใส่เข้ามาในเนื้อเรื่องด้วย เช่นการพบกันครั้งแรกกับศาสตราจารย์ซัลลิแวนหรือ “ซัลลี่” (รับบทโดย Mark Walhberg) ผู้เป็นเหมือนพ่อและครูของเดรค และทำให้เขากลายเป็นนักล่าสมบัติเหมือนกัน นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ฝึกฝนและสอนเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ให้เดรคอีกด้วย หนังเป็นมหากาพย์ของการเตรียมงานสร้างเป็นเวลาไปต่ำกว่า 5-6 ปี ผ่านมือผู้กำกับอย่าง David O. Russell (American Hustle) ซึ่งในเวลานั้นเขาอยากได้ Walhberg มาเล่นเป็นนาธาน เดรค ต่อด้วย Neil Burger (Divergent) Seth Gordon (Horrible Boss) Dan Trachtenberg (10 Cloverfield Lane) จนสุดท้ายมาลงตัวที่ผู้กำกับ Travis Knight จาก Bumblebee (2018) และ Kubo and the Two Strings

 

โอแทซู ชายหนุ่มผู้ถูกขังเดี่ยวในคุกแห่งหนึ่งโดยไม่ทราบเหตุผล เขาเฝ้าคิดหาต้นเหตุของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำนั้นตลอด 15 ปีที่ถูกขังแต่ก็ยังไม่ทราบคำตอบ กระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกมาโดยที่ก็ยังไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ อีกครั้ง นั่นจึงทำให้เขาเริ่มออกตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับคนที่จับเขาไปรวมถึงทำลายชีวิตครอบครัวของเขา แทซูได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสัญญาว่าจะช่วยเขาแก้แค้น และเมื่อยิ่งพยายามตามหา คำตอบที่ได้กลับยิ่งทำให้เขาพบกับเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับอดีต จากคู่แค้นที่เขาอาจไม่รู้ตัวว่ามีมาตั้งแต่เก่าก่อน

ในช่วงต้นเรื่อง เราจะได้เห็นกิจกรรมและสิ่งที่โอแทซูทำขณะอยู่ที่สถานที่กักขัง ทั้งฝึกฝนการต่อสู้ หรือแม้กดระทั่งจดจำรายละเอียดของอาหารที่ได้กินเข้าไปในแต่ละวัน ก่อนที่หลังจากนั้น หนังจะพาเราไปพบกับการออกตามหาสาเหตุและการล้างแค้นครั้งใหญ่ของเขา ที่ทำให้หลายคนต่างก็ยกย่องว่า Oldboy เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่มีพล็อตสุดยอดเยี่ยมจนทำให้ผู้ชมลืมไม่ลง

 

Spring, Summer, Fall, Winter … and Spring (2003) หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระอาจารย์กับเณรน้อยที่อาศัยอยู่ที่วัดกลางน้ำ ปฏิบัติธรรมและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาอันโอบล้อมรอบด้าน มีเรือเพียงลำเดียวเท่านั้นที่ใช้สัญจรจากวัดไปที่ฝั่ง วิถีปฏิบัติ คำสอน และผลของการกระทำ ถูกแสดงให้เห็นผ่านการเข้ามาของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาที่วัดเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วย ในขณะที่การเจริญเติบโตของเณรน้อย และความเปลี่ยนแปลงไปของพระอาจารย์ จะถูกนำเสนอด้วยการแบ่งเรื่องราวเป็น 4 ฤดู บวกกับวนกลับมาที่ฤดูใบไม้ผลิอีกครั้งเพื่อสรุปเรื่องราวทั้งหมด

ฉากของหนังที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาและวัดที่ตั้งอยู่กลางน้ำ อาจทำให้เกิดความรู้สึกทั้งผ่อนคลายทั้งโดดเดี่ยว การได้เห็นพระอาจารย์และเณรน้อยดำเนินกิจวัตรประจำวันไปจนช่วงเวลาผันผ่านและพัดพาเอาสิ่งต่างๆ มาที่วัด รวมถึงพัดพรากเอาหลายสิ่งหลายอย่างไปจากตัวละคร เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่หนังทำออกมาได้สวยงามไร้ที่ติ ท่ามกลางการดำเนินเรื่องที่มีบทพูดน้อยมากจนแทบนับคำได้ ตัดกับเหตุการณ์และสารมากมายที่หนังต้องการจะสื่อ

 

The terminal (2004) จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าชายคนหนึ่งต้องติดอยู่ในสนามบินเป็นเวลาเกือบ 1 ปี?

เรื่องราวของวิคเตอร์ นาวอร์สกี้ ชายชาวคาโครเชีย เดินทางมาที่สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกแต่กลับไม่สามารถผ่านเข้าสหรัฐได้เพราะในขณะที่เขาเดินทางนั้นมีการปฏิวัติยึดอำนาจภายในประเทศ ส่งผลให้วีซ่ากับพาสปอร์ตของเขาถูกยกเลิกทั้งหมด และไม่มีเที่ยวบินไปกลับประเทศคาโครเชีย เมื่อเข้าสหรัฐก็ไม่ได้ กลับคาโครเชียก็ไม่ได้ เขาจึงต้องติดอยู่ในสนามบินอย่างไม่มีกำหนด และปัญหาครั้งนี้ก็ทุลักทุเลเข้าไปใหญ่เพราะเขาแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ นาวอร์สกี้ใช้ชีวิตอยู่ในสนามบินด้วยการสังเกตสิ่งต่างๆ และวิธีที่จะทำให้เขามีรายได้ไปซื้ออาหาร หรือแม้แต่พยายามช่วยเหลือคนอื่น และกลายเป็นคนพิเศษที่สร้างมิตรภาพในสถานที่ที่เป็นเพียงจุดรับส่งให้คนที่กำลังจะออกเดินทาง

หนังเกือบทั้งเรื่องดำเนินอยู่ในสถานที่เดียวเท่านั้นคือสนามบิน แต่กลับเป็นสถานที่ที่ทำให้นาวอร์สกี้ได้พบเจอ สร้างสรรค์ หรือสานสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย และแม้ว่าเราจะแทบไม่ได้เห็นสถานที่อื่นเลยนอกจากสนามบินที่ไม่มีวันหลับใหล แต่ผู้กำกับมือดีอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็สามารถดึงเอาความสนุกและสร้างสถานการณ์ที่น่าสนใจให้ละสายตาไปไหนไม่ได้ตลอดทั้งเรื่อง

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *